TSU

ม.ทักษิณ จับมือภาคี ฝึกโยธวาทิตวิธี ดันเป็นศูนย์กลางเครือข่ายวงโยธวาทิตนานาชาติ

   9 ก.ย. 69  /   2
SDGs ที่เกี่ยวข้อง
ม.ทักษิณ จับมือภาคี ฝึกโยธวาทิตวิธี ดันเป็นศูนย์กลางเครือข่ายวงโยธวาทิตนานาชาติ
 

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ผนึกเครือข่ายผู้ประกอบการด้านดนตรีจากทั่วประเทศ เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โยธวาทิตวิธี” (Marching Band Methodology) ยกระดับองค์ความรู้และทักษะการบรรเลงวงโยธวาทิตให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงกับผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการบรรเลง การดูแลรักษาเครื่องดนตรี การออกแบบแปรขบวน ไปจนถึงการบรรเลงรวมวง เพื่อวางรากฐานเครือข่ายความร่วมมือด้านดนตรี  พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น “ศูนย์กลางเครือข่ายด้านวงโยธวาทิต” เชื่อมโยงสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน เตรียมต่อยอดสู่การจัดการแสดงและการแข่งขันวงโยธวาทิตในระดับชาติและนานาชาติ

 

เสียงเพลงมาร์ชและจังหวะเท้าที่เคลื่อนไปอย่างพร้อมเพรียง อาจเป็นภาพจำของ “วงโยธวาทิต” ที่อยู่คู่กับสถาบันการศึกษามาอย่างยาวนาน เบื้องหลังความไพเราะและความสง่างามของการแสดง คือกระบวนการฝึกฝนที่ต้องอาศัยทั้งทักษะเฉพาะเครื่องดนตรี วินัย การทำงานเป็นทีม ตลอดจนองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ด้วยความสำคัญดังกล่าว สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนานิสิต “องค์ความรู้และเทคนิคการบรรเลงวงโยธวาทิต” หรือ “โยธวาทิตวิธี” เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านวงโยธวาทิตที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระวีวัฒน์ ไทยเจริญ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านดนตรีและการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่เยาวชนและบุคลากรทางการศึกษาจากทุกภาคส่วน โดยมองว่าวงโยธวาทิตไม่ได้มีเพียงมิติของการแสดง แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านทักษะดนตรี วินัย ความรับผิดชอบ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

“เป้าหมายของเราไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดอบรม แต่ต้องการให้มหาวิทยาลัยทักษิณเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงโรงเรียน มหาวิทยาลัย ครูผู้สอน นักดนตรี ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชนที่ทำงานด้านวงโยธวาทิตเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ ยกระดับกระบวนการเรียนรู้และการฝึกซ้อม ตลอดจนสร้างโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และในระยะต่อไปต้องการต่อยอดเครือข่ายไปสู่การจัดการแสดงและการแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องลมและวงโยธวาทิตในระดับชาติและนานาชาติ” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าว

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภท Woodwind, Brass และ Percussion การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเครื่องดนตรีอย่างถูกวิธี การออกแบบภาพแปรขบวนที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ ไปจนถึงการฝึกซ้อมบรรเลงรวมวงที่เป็นบทพิสูจน์การทำงานเป็นทีมของทุกคน  ทั้งนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านดนตรี ในการถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติจริงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของคณะศิลปกรรมศาสตร์และหน่วยงานเครือข่าย และยังเปิดโอกาสให้นิสิตของคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประสานงานกับหน่วยงานภายนอกไปจนถึงการบริหารจัดการหน้างานจริง  ส่งเสริมประสบการณ์ทักษะทางดนตรี การบริหารจัดการ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่นิสิตสามารถนำไปต่อยอดการเรียนและการประกอบวิชาชีพในอนาคต การอบรม "โยธวาทิตวิธี" จึงไม่ใช่เพียงเวทีฝึกฝนทักษะดนตรีในระยะสั้น แต่คือก้าวสำคัญของการสร้างองค์ความรู้และพัฒนากระบวนการเรียนการสอนด้านดุริยางคศาสตร์ให้ทันสมัยและเข้มแข็ง พร้อมสำหรับการเป็นศูนย์กลางที่ขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือด้านดนตรีระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระวีวัฒน์ ไทยเจริญ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าว

ตลอด 2 วันของการอบรม นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาจากทั่วประเทศ ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติร่วมกับคณาจารย์และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะศิลปกรรมศาสตร์และหน่วยงานเครือข่าย ครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภท Woodwind, Brass และ Percussion การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเครื่องดนตรีอย่างถูกวิธี การออกแบบภาพแปรขบวนซึ่งผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ ตลอดจนการฝึกซ้อมและบรรเลงรวมวง เพื่อพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะบุคคลและการทำงานร่วมกันเป็นวง

ด้าน อาจารย์ไกรศิลป์ โสดานิล ประธานสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ และประธานจัดโครงการ กล่าวว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการเปิดโอกาสให้นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้เรียนรู้จากการทำงานจริง โดยมีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินโครงการตั้งแต่การประสานงานกับหน่วยงานภายนอก การเตรียมกิจกรรม ไปจนถึงการบริหารจัดการหน้างาน

การมีส่วนร่วมดังกล่าวทำให้นิสิตไม่ได้พัฒนาเฉพาะองค์ความรู้และทักษะทางดนตรี แต่ยังได้ฝึกการสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สามารถนำไปต่อยอดทั้งในการเรียนและการประกอบวิชาชีพด้านดนตรีในอนาคต

“โยธวาทิตวิธี” จึงไม่ได้เป็นเพียงการอบรมทักษะทางดนตรีในระยะสั้น แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเข้ากับเครือข่ายวิชาชีพ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทรัพยากรด้านดนตรีระหว่างกัน

จากการ “สร้างคน” สู่ “สร้างเครือข่าย” โครงการ “โยธวาทิตวิธี” จึงเป็นอีกก้าวของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ในการวางรากฐานสู่การเป็น ศูนย์กลางเครือข่ายด้านวงดุริยางค์เครื่องลมและวงโยธวาทิต เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชน เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ พร้อมต่อยอดสู่การจัดการแสดงและการแข่งขันวงโยธวาทิตในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อขยายโอกาสและยกระดับวงการดนตรีของไทยให้เชื่อมโยงกับเวทีที่กว้างขึ้นในอนาคต

..............................

ข่าว: งานสื่อสารองค์กร  สำนักงานมหาวิทยาลัยทักษิณ

ภาพ: เอกพล ยกย่อง