TSU

ม.ทักษิณ ผนึกเครือข่ายรับมืออัคคีภัย ยกระดับ ระบบนิเวศความปลอดภัย สู่ชุมชน

   7 ก.ย. 69  /   1
SDGs ที่เกี่ยวข้อง
ม.ทักษิณ ผนึกเครือข่ายรับมืออัคคีภัย ยกระดับ ระบบนิเวศความปลอดภัย สู่ชุมชน
 

มหาวิทยาลัยทักษิณ จับมือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสงขลา และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในระดับพื้นที่ สร้างระบบนิเวศความปลอดภัย เชื่อมความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สร้างความรู้ พัฒนาทักษะ เตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อวางรากฐาน “วัฒนธรรมความปลอดภัย” จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน

 

การเกิดอัคคีภัยไม่เคยให้สัญญาณล่วงหน้า และหลายครั้งความสูญเสียก็เกิดขึ้นเพียงเพราะ “ไม่รู้จะรับมืออย่างไร” ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา จึงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “การขับเคลื่อนการพัฒนาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันของบุคลากรและหน่วยงานในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อม ป้องกัน และรับมือกับเหตุอัคคีภัยได้อย่างถูกต้องปลอดภัย โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา

นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า อัคคีภัยเป็นภัยที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า และหลายครั้งความสูญเสียเกิดขึ้นจากการขาดความรู้และความพร้อมในการรับมือ นอกจากสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง ดังนั้น การป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสิ่งสำคัญคือการสร้างความรู้และความตระหนักให้ประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและตอบโต้เหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ด้าน นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การขับเคลื่อนความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในระดับพื้นที่จำเป็นต้องพัฒนาทั้งศักยภาพของบุคลากรและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะในการป้องกัน ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานและเครือข่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และบูรณาการการทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อม ป้องกัน และรับมือกับเหตุอัคคีภัยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงสามารถนำแนวทางการลดความเสี่ยงไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ภายในงานเปิดพื้นที่การเรียนรู้ทั้งในมิติองค์ความรู้และการฝึกปฏิบัติ เริ่มจากการเสวนาหัวข้อ “การสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัย สู่วัฒนธรรมความปลอดภัยจากอัคคีภัย” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในพื้นที่ รวมทั้งมีนิทรรศการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวทางด้านความปลอดภัยจากภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา มูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจ สมาคมวิทยุสมัครเล่นสทิงพระสงขลา และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด อีกด้วย

พร้อมกันนี้ มีการสาธิตการบรรเทาสาธารณภัยและการใช้อุปกรณ์เครื่องจักรกลในสถานการณ์ “ดับเพลิงและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยจากอาคารสูง” โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา รวมถึงการสาธิตการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) กรณีผู้ประสบภัยสำลักควันไฟ และการส่งต่อผู้ประสบภัยอย่างถูกวิธี โดยมูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินจากผู้ปฏิบัติงานจริง

อาจารย์ ดร.วีณา ลีลาประเสริฐศิลป์ รองอธิการบดีวิทยาเขตสงขลา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะความปลอดภัยเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัวและผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย

“มหาวิทยาลัยอยู่ร่วมกับชุมชน ความปลอดภัยของนิสิตและบุคลากรจึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบด้วย มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศความปลอดภัยที่ทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งแต่การรับรู้ความเสี่ยง การรู้เท่าทัน การป้องกัน ไปจนถึงการมีทักษะและความพร้อมในการรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน” อาจารย์ ดร.วีณา กล่าว

กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการให้ความรู้เรื่องการป้องกันอัคคีภัย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐาน “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ที่มุ่งให้ทั้งนิสิต บุคลากร และประชาชน “รับรู้–รู้ทัน–ป้องกัน–พร้อมรับมือ” เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปขยายผลต่อในครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานของตนเอง

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของมหาวิทยาลัยทักษิณในการใช้บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาเป็นพื้นที่เชื่อมประสานองค์ความรู้ บุคลากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย และขยายผลจาก “มหาวิทยาลัยปลอดภัย” สู่ “ชุมชนปลอดภัย” อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในจังหวัดสงขลาอย่างยั่งยืน

..........................................

ข่าว: งานสื่อสารองค์กร  สำนักงานมหาวิทยาลัยทักษิณ