TSU

ม.ทักษิณ ผสานศาสตร์วิศวกรรม พยาบาล พัฒนานวัตกรรมสุขภาพ ต่อยอดความร่วมมือไทย ญี่ปุ่น

   20 ต.ค. 69  /   3
ม.ทักษิณ ผสานศาสตร์วิศวกรรม พยาบาล พัฒนานวัตกรรมสุขภาพ ต่อยอดความร่วมมือไทย ญี่ปุ่น
 

มหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดพื้นที่ให้นิสิตร่วมคิดและพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเทคโนโลยีช่วยเหลือ (Assistive Technology) ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มุ่งสร้างนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ที่สามารถออกแบบเทคโนโลยีจากความต้องการของผู้ใช้งาน พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการ Sakura Science Program 2027

 

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับโครงการ Reinventing U. จัดกิจกรรม Workshop & Concept Development ภายใต้หัวข้อ “Cross-Border Co-Creation for Assistive Technology: Engineering and Nursing Collaboration Between Japan and Thailand” ณ ห้อง ENG 7 คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาเขตพัทลุง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง กล่าวถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมของมหาวิทยาลัยว่า การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ ควบคู่กับการทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งาน การเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ร่วมคิด ทดลองพัฒนาแนวทางแก้ปัญหา และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทั้งความรู้ ทักษะการทำงานร่วมกัน และความสามารถในการต่อยอดแนวคิดสู่การใช้ประโยชน์จริง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายประสบการณ์การเรียนรู้สู่ระดับนานาชาติ

กิจกรรมมุ่งให้นิสิตเรียนรู้การพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือจากหลายมุมมอง ทั้งความต้องการของผู้ใช้งาน ความรู้ด้านสุขภาพ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พว.มาลี คำคง จากคณะพยาบาลศาสตร์ ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยเหลือ โดยเน้นการทำความเข้าใจผู้ใช้งานเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบ เพราะเทคโนโลยีช่วยเหลือที่ดีไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ที่ทำงานได้ แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตและความต้องการของผู้ใช้แต่ละกลุ่มด้วย การนำองค์ความรู้ด้านพยาบาลศาสตร์มาผสานกับความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์จึงช่วยให้นิสิตมองเห็นปัญหาในมิติของสุขภาพและการใช้ชีวิต ก่อนนำไปออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม

ขณะที่ Dr. Mojtaba Safari จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพัฒนานวัตกรรม โดยชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ปัญหาและสร้างแนวทางแก้ไขรูปแบบใหม่ การใช้ AI ควรเริ่มจากโจทย์ที่ต้องการแก้ไข แล้วพิจารณาว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างไร เพื่อให้นิสิตสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมาวสี รักเรือง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาและต่อยอดแนวคิดนวัตกรรม โดยเน้นการพิจารณาความเป็นไปได้ของแนวคิดและการปรับปรุงผลงานจากข้อเสนอแนะ การพัฒนาไอเดียให้เกิดประโยชน์ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ ทดลอง และปรับแก้อย่างต่อเนื่อง การนำเสนอแนวคิดต่อผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นโอกาสให้นิสิตได้เห็นจุดแข็งและประเด็นที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม รวมถึงเรียนรู้การสื่อสารแนวคิดเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจและสามารถนำไปต่อยอดได้

จากนั้นนิสิตทั้ง 11 ทีมได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรมต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับข้อเสนอแนะสำหรับนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทางแก้ไข และสื่อสารแนวคิดของตนเอง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ที่มีพื้นฐานความรู้ต่างสาขา

การทำงานข้ามศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือ เพราะนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีที่ทำงานได้ แต่ต้องคำนึงถึงสภาพการใช้งาน ความต้องการด้านสุขภาพ และข้อจำกัดของผู้ใช้ด้วย การผสานความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และ AI จึงช่วยเปิดมุมมองในการออกแบบแนวทางแก้ปัญหาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง

โครงการ Sakura Science Program 2027 เป็นอีกเวทีที่มหาวิทยาลัยทักษิณใช้ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เปิดโอกาสให้นิสิตพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทำงานร่วมกันข้ามศาสตร์ พร้อมขยายประสบการณ์สู่ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย–ญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคนที่สามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างสรรค์นวัตกรรมและใช้ประโยชน์เพื่อสังคมได้

................................................

ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ